จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเปิดใจรับฟังผู้อื่นแล้วจริงๆ

 

โดย เรย์ ดาลิโอ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

#ข้อ1

"คนที่ปิดใจ" ไม่อยากให้ใครแย้งความคิดของเขา พวกเขามักจะผิดหวังเมื่อคนอื่นไม่เห็นด้วยกับเขา แทนที่จะตั้งคำถามว่าทำไมคนอื่นถึงไม่เห็นด้วย เพราะเขาจะรู้สึกแย่ที่ความคิดของตัวเองไม่ถูกต้อง เขาจึงพยายามพิสูจน์ว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องแล้ว มากกว่าที่จะเรียนรู้มุมมองต่างๆ ของผู้อื่น

"คนที่เปิดใจ" เป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการไม่เห็นด้วยของผู้อื่น เขาจะไม่โกรธเมื่อคนอื่นไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา เพราะเขาเข้าใจว่าบางทีความคิดของเขาก็อาจผิดพลาดได้ และยินดีที่จะใช้เวลาไปกับการพิจารณาความคิดของผู้อื่นว่าเหตุใดจึงมีความคิดอีกแบบหนึ่ง เพื่อให้ได้คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุดและเกิดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด


#ข้อ2

"คนที่ปิดใจ" ชอบที่จะตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่าที่จะปรึกษาผู้อื่นทั้งๆ ที่คุณไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ แต่คนที่เปิดใจอย่างแท้จริงหรือแม้กระทั่งคนที่มีความรู้อยู่แล้วเขาก็ยังคงต้องปรึกษาผู้อื่นก่อนการตัดสินใจใดๆ อยู่ดี

คนที่ไม่น่าเชื่อถือหรือคนที่รู้ไม่จริง คำตอบของคำถามต่างๆ จะดูน่าสงสัยโดยปริยายเพราะเขาไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง ซึ่งบางครั้งความคิดของเอาอาจจะถูกต้องก็ได้ แต่เท่าที่ผมเจอมามันมักจะไม่ถูกน่ะสิ

"คนที่เปิดใจ" มักจะมีความเชื่อว่าความคิดของตนเองอาจผิดพลาดได้เสมอ และคำถามที่เขาถามก็เพราะเขาอยากรู้ถึงความคิดคนอื่นจริงๆ นอกจากนี้เขายังประเมินความสามารถของตนเองกับผู้อื่นว่าตนเองควรอยู่ในฐานะไหนเมื่อเทียบกับคนคนนั้น เช่น นักเรียน ครู หรือเพื่อน


#ข้อ3

"คนที่ปิดใจ" มุ่งเน้นการทำความเข้าใจตนเองมากกว่าเข้าใจผู้อื่น และเมื่อผู้อื่นไม่เห็นด้วยเขาจะคิดว่าผู้อื่นไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อมากกว่าพิจารณาว่าทำไมตัวเขาเองถึงไม่เข้าใจมุมมองของผู้อื่น

"คนที่เปิดใจ" มักรู้สึกกดดันเมื่อลองพิจารณาแนวคิดของตนเองผ่านมุมมองของคนอื่น


#ข้อ4

"คนที่ปิดใจ" มักจะพูดประมาณว่า “ฉันอาจจะผิดก็ได้ . . . แต่นี่คือความคิดเห็นของฉัน” นี่คือคำพูดที่ผมได้ยินเป็นประจำ มันเป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าไม่อยากรับฟังความคิดเห็นที่ขัดแย้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนเขายินดีรับฟัง หากคำพูดของคุณเริ่มต้นด้วยคำว่า “ฉันอาจจะผิดก็ได้” หรือ “อย่าเชื่อฉันมาก” คำพูดถัดไปควรเป็นคำถาม ไม่ใช่คำที่ยืนยันว่าความคิดของคุณถูกต้อง

"คนที่เปิดใจ" รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเสนอความคิด และเมื่อไหร่ควรถามคำถาม


#ข้อ5

"คนที่ปิดใจ" ไม่ยอมเปิดโอกาสให้คนอื่นพูดเลย หากใครบางคนไม่ยอมเว้นช่องว่างให้คนอื่นแทรกในการสนทนาเลย เป็นไปได้ว่าเขาต้องการปิดกั้นความคิดจากคนอื่น

"คนที่เปิดใจ" มักชอบที่จะฟังมากกว่าพูด เพราะเขาจะให้ความสนับสนุนความคิดของผู้อื่นเสมอ


#ข้อ6

"คนที่ปิดใจ" มักมีปัญหาในการตัดสินใจเมื่อมีตัวเลือกมากกว่าหนึ่ง เขาจึงอยากจะให้คนอื่นเห็นด้วยกับเขา

"คนที่เปิดใจ" รับฟังความเห็นของผู้อื่นโดยไม่กระทบต่อความสามารถในการตัดสินใจ เพราะเขาสามารถรับฟังหลายๆ ความเห็นที่ขัดแย้งกันได้ และนำมาไตร่ตรองถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละความคิดเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด


#ข้อ7

"คนที่ปิดใจ" มักไม่ค่อยถ่อมตัว เพราะความถ่อมตัวจะเกิดจากการที่เรามีประสบการณ์ในความล้มเหลว มันจึงทำให้เรายินดีที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

"คนที่เปิดใจ" มักจะคิดไตร่ตรองในทุกๆ สิ่ง และคิดเสมอว่าความคิดของตนเองอาจจะผิดก็ได้

 

 

จากหนังสือ Principles ภาคภาษาไทย
สั่งซื้อได้ที่ 
www.Principles.in.th
 ลดพิเศษ 15% พร้อมจัดส่งฟรี 

ขอบคุณภาพจาก Forbes

www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน