DCA ทุกเดือนใช่ว่าจะกำไรดี

 

โดย Benjamin Graham บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า | จากหนังสือ The Intelligent Investor

 

ในปี 1929 ซึ่งตลาดหุ้นอยู่ในระดับสูงสุด John J. Raskob บุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งของประเทศและของวอลสตรีท ได้ยกย่องชื่นชมระบบทุนนิยมไว้ในบทความของวารสารในหัวข้อ “ทุกคนเป็นคนรวยได้”

แนวคิดของเขาก็คือ การออมเงินเพียง 15 ดอลลาร์ต่อเดือนและนำไปลงทุนในหุ้นสามัญดีๆ รวมถึงนำเงินปันผลที่ได้รับกลับไปลงทุนเพิ่ม จะทำให้เงินลงทุนทั้งหมด 3,600 ดอลลาร์ในตอนต้น กลายเป็นเงินมูลค่าสูงถึง 80,000 ดอลลาร์ภายในระยะเวลา 20 ปี

มันก็ดูเป็นหนทางง่ายๆ ที่นำไปสู่ความร่ำรวยจริงๆ นั่นแหละ แต่สิ่งที่เขาคิดถูกต้องแค่ไหน เรามาดูกัน



จากการคำนวณอย่างคร่าวๆ โดยตั้งสมมติฐานว่า นักลงทุนจะลงทุนในหุ้น 30 ตัวที่อยู่ในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ หากนำแนวทางของ Raskob มาใช้ตลอดระยะเวลา 20 ปีหลังจากนั้น (ปี 1929-1948) จะทำให้นักลงทุนมีเงินเพียง 8,500 ดอลลาร์ในตอนต้นปี 1949 ซึ่งแตกต่างจากตัวเลข 80,000 ดอลลาร์ที่เคยคิดไว้มากทีเดียว

มันได้แสดงให้เราเห็นว่า การคาดการณ์และความเชื่อมั่นที่เปี่ยมไปด้วยการมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้น้อยมาก



อย่างไรก็แล้วแต่ ผลตอบแทนทบต้นต่อปีที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 20 ปีสูงกว่า 8% ทั้งๆ ที่ในตอนเริ่มต้นดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ระดับ 300 จุด และตอนสิ้นปี 1948 ดัชนีอยู่ที่ 177 จุดเท่านั้น

อย่างน้อยสิ่งนี้ก็เป็นข้อได้เปรียบของการลงทุนในหุ้นสามัญดีๆ เป็นประจำทุกเดือนไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง หรือที่เรียกว่า Dollar Cost averaging (DCA)


 

จากหนังสือ The Intelligent Investor 
สั่งซื้อหนังสือที่เขียนโดยบิดาแห่งการลงทุนแบบ VI
ได้ที่ http://bit.ly/2sCzu8e 

ลดพิเศษ 15% พร้อมจัดส่งฟรี 
ขอบคุณภาพจาก  Bern Schwartz Foundation

สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน