ทำไมรู้เรื่องหุ้นตั้งเยอะแล้วยังไม่รวย

Last updated: Jan 26, 2020  |  ตกผลึกหนังสือ

 


เล่นหุ้น หรือถ้าพูดให้ดูเป็นทางการกว่านั้นคือการลงทุนในหุ้น นับเป็นหนึ่งในบันไดเพื่อก้าวไปสู่ความมั่งคั่งที่ได้รับความนิยมที่สุด

เพราะตลาดหุ้นคือสถานที่ที่เปิดโอกาสให้กับทุกคนร่ำรวยจากมันได้ อย่างที่เราได้เคยเห็นตัวอย่างมานักต่อนัก จากคนธรรมดากลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีกินใช้ไปตลอดชีวิต

แน่นอนว่าหนทางสู่ความร่ำรวยไม่เคยได้มาโดยง่าย หลายคนจึงพยายามอย่างหนักที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น ด้วยการศึกษาหาความรู้แบบจริงจัง ชนิดที่ว่าหายใจเข้าออกก็เป็นหุ้น ราตรีที่หลับใหลยังเพ้อพกถึงอัตราส่วน P/E หรือไม่ก็เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

แต่สังเกตไหมครับ เราน่าจะเคยเห็นบางคน (หรือกระทั่งตัวเราเอง) ที่หาความรู้เรื่องหุ้นชนิดที่ว่าคงมีความรู้ไม่แพ้นักวิเคราะห์ แต่เหตุใดเล่าจึงยังไม่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนเสียที หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ยังไม่รวยนั่นแหละ

มันอาจเป็นเพราะเรากำลังรู้ทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียว นั่นคือการรู้จักตัวเอง



เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแม้แต่เทรดเดอร์ระดับโลกอย่าง มาร์ตี้ ชวาทซ์ ผู้เขียนหนังสือ Pit Bull ก็เคยประสบปัญหานี้มาแล้ว และได้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองไว้ในหนังสือด้วย

หากถามว่ามาร์ตี้ ชวาทซ์ เป็นใคร เขาคือเทรดเดอร์ที่ใช้สไตล์การเทรดแบบซื้อขายรายวัน จนสามารถสร้างผลตอบแทนได้กว่า 100% ต่อปี และยังเป็นแชมป์ในการแข่งขันเดย์เทรดอีกด้วย แต่ก่อนหน้าที่เขาจะทำผลตอบแทนเหนือจินตนาการแบบนี้ได้ เขาก็ประสบกับปัญหาของการ "รู้ทุกอย่างยกเว้นตัวเอง" ไม่ต่างกับเราๆ ท่านๆ



ในตอนแรก คุณชวาทซ์เป็นนักวิเคราะห์สายปัจจัยพื้นฐาน และมีฝีมือในการวิเคราะห์กิจการได้เฉียบขาดพอตัว (มองออกว่าอุตสาหกรรมนี้จะมีปัญหา จนบทวิเคราะห์ของเขาทำให้หุ้นในกลุ่มนั้นถล่มลงมาจริงๆ) อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความสามารถในหน้าที่การงาน แต่สำหรับเรื่องการลงทุน เขากลับทำได้ไม่ดีนัก

จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับสายงานที่ทำอยู่ ประกอบกับผลการลงทุนที่ร่อแร่ เขาจึงมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่า ทำไมความรู้และความสามารถที่เขามีทั้งหมด (ซึ่งน่าจะมากกว่าคนอื่นด้วย) กลับไม่สามารถทำเงินให้เขาได้อย่างจริงจัง เราพลาดอะไรกันแน่ ?

ในที่สุด เขาได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ต่างจากเดิมอย่างสุดขั้ว จากนักวิเคราะห์สายปัจจัยพื้นฐานผู้เชื่อในมูลค่ากิจการ มาสู่การเป็น "เดย์เทรด" ที่ซื้อขายภายในวันหรือกระทั่งถือหุ้นไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ

ตอนแรกเขาเองก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าการซื้อขายภายในวันมันจะเหมาะกับ "จริต" ของเขาแค่ไหน แต่เมื่อลองเริ่มเทรด คุณชวาทซ์ก็เริ่มจับความรู้สึกตัวเองได้ว่านี่คือแนวทางที่เหมาะ

ซึ่งเขาเขียนอธิบายภายในหนังสือ Pit Bull เพิ่มเติมว่า ธรรมชาติของตัวเขานั้นไม่ได้ชอบการซื้อแล้วถือยาวๆ เท่าไหร่เลย เพราะมันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูง แต่ถนัดการเข้าออกไว เวลาที่สิ่งต่างๆ เริ่มทำท่าไม่ดี ก็แค่ขายออกมาก่อนแล้วตั้งหลักใหม่ กำไรต่อครั้งอาจจะน้อย แต่สะสมกันหลายร้อยครั้งมันก็เป็นกำไรมหาศาลได้ นี่ต่างหากคือแนวทางที่เขาถนัด



ช่างเป็นการเปลี่ยนแนวทางที่แสนจะสุดขั้ว แต่ผลลัพธ์มันก็คุ้มค่าไม่น้อย เพราะมันทำให้เขาสร้างผลตอบแทนได้จนเป็นตำนานอย่างที่เห็น

ถ้ามองจากจุดนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่ในสถานการณ์ตอนนั้นหากเราเป็นคุณชวาทซ์ ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเราศึกษาเรื่องปัจจัยพื้นฐานมามากซะจนได้เป็นนักวิเคราะห์ แต่กลับต้องเปลี่ยนแนวทางมาใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย มันจะน่าอึดอัดใจขนาดไหน

และในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องเปิดใจและยอมรับตัวเองว่า องค์ความรู้ที่เราเคยศึกษามาทั้งหมด สุดท้ายแล้วมันอาจไม่เหมาะกับเราก็ได้



แม้การลงทุนจะเป็นสนามของคนที่ต้องมีความรู้และความสามารถ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เรารู้จักตัวเองแค่ไหน เรารู้ตัวเองหรือไม่ว่าถนัดหรือเหมาะกับกลยุทธ์แบบไหนกันแน่

ถ้าไม่อย่างนั้น การศึกษาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย สิ่งที่เราได้เพิ่มแน่ๆ คือความรู้ แต่คงยากที่จะเอาความรู้ไปใช้กับการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะมันไม่เหมาะกับเราแม้แต่น้อย เหมือนอย่างที่คุณชวาทซ์เคยใช้ความรู้ด้านปัจจัยพื้นฐานมาก่อนแต่ก็ไม่รอด

บางที การรู้จักตัวเองอาจสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความรู้เลย

 

 

#ประกาศ “Pit Bull”
มหากาพย์ชีวิตของเทรดเดอร์ที่ทำผลตอบแทนได้ 100% ต่อปี
พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้!
สั่งซื้อได้ที่ http://bit.ly/2rOqcpe
ลดพิเศษ 15% 

สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่

www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน