การซื้อหุ้น PE ต่ำอาจเป็นเรื่องไร้สาระ

Last updated: Feb 19, 2020  |  ตกผลึกหนังสือ

 

โดย William O'niel ผู้คิดค้นหลักการเลือกหุ้นแบบ CANSLIM ที่ทำผลตอบแทนได้กว่า 30% ต่อปี

 

เป็นเวลาหลายปีที่นักวิเคราะห์ได้ใช้อัตราส่วน PE เป็นเครื่องชี้วัดพื้นฐานของพวกเขาในการตัดสินใจว่าหุ้นตัวนั้นมีราคาต่ำกว่ามูลค่าและควรจะถูกซื้อ หรือว่ามันมีราคาที่สูงเกินมูลค่าและควรถูกขายออกไป

แต่จากการวิจัยของเราที่ทำอยู่ต่อเนื่องในหุ้นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตั้งแต่ปี 1880 มาจนถึงปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่า มันตรงกันข้ามกับความเชื่อของนักลงทุนส่วนใหญ่ อัตราส่วน PE ไม่ได้เป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของราคา และมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมากกับเรื่องที่ว่าหุ้นควรจะถูกซื้อหรือขายออกไป

เราพบว่า สิ่งที่สำคัญกว่านั้นมากก็คือเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของกำไรต่อหุ้น การพูดว่าหุ้นตัวหนึ่งมีราคา "ถูกกว่ามูลค่า" เพราะว่ามันขายกันที่ PE ต่ำหรือเพราะมันกำลังอยู่ในจุดที่ PE ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของมันนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ



การพิจารณาหลักจึงควรเป็นการดูว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของกำไรนั้นกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างชัดเจนหรือไม่

ตั้งแต่ปี 1953 จนถึงปี 1985 อัตราส่วน PE โดยเฉลี่ยของหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดในช่วงแรกๆ ของการทะลุขึ้นมาของพวกมันคือ 20 เท่า ในขณะที่ราคาของมันเพิ่มสูงขึ้น ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีค่า PE ที่สูงขึ้น 125% หรือประมาณ 45 เท่า

และตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปี 1995 หุ้นที่เป็นผู้นำที่แท้จริงเริ่มต้นด้วยค่าเฉลี่ยของ PE ที่ 36 เท่า และเพิ่มขึ้นไปเป็นมากกว่า 80 เท่า ยิ่งในช่วงเคลิบเคลิ้มของตลาดในปลายทศวรรษที่ 1990 ตัวเลขนี้ยังเพิ่มสูงกว่านี้อีกมาก ผู้ที่ซื้อหุ้นคุณค่าจะพลาดเกือบทั้งหมดของการลงทุนที่ยอดเยี่ยมพวกนี้ไป



การค้นพบนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะซื้อหุ้นกลุ่มเติบโตที่ราคา 25 หรือ 50 เท่าของกำไรหรือแม้แต่มากกว่านั้น คุณก็จะตัดส่วนใหญ่ของการลงทุนที่ดีที่สุดทิ้งไปโดยอัตโนมัติ

ในภาวะตลาดกระทิงอย่างรุนแรง อย่ามองข้ามหุ้นตัวใดตัวหนึ่งไปแค่เพียงเพราะมันมี PE ที่ดูเหมือนจะสูง มันอาจจะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ตัวถัดไปก็ได้ และอย่าได้ซื้อหุ้นแค่เพียงเพราะว่าตัวเลข PE ทำให้มันดูเหมือนจะเป็นการต่อรองราคาที่ดี

มันมีเหตุผลเสมอว่าเพราะอะไรค่า PE ถึงต่ำ และมันก็ไม่ได้มีกฎอะไรที่ป้องกันหุ้นที่ขายกัน 8 หรือ 10 เท่าของกำไรไม่ให้ตกลงไปมากกว่านั้นจนเหลือค่า PE แค่ 4 หรือ 5 เท่า

หลายปีก่อนหน้านี้ ในตอนที่ผมเริ่มต้นเข้ามาศึกษาตลาดเป็นครั้งแรก ผมซื้อหุ้น Northrop ที่ราคา 4 เท่าของกำไร และนั่งมองมันแบบแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองในตอนที่มันตกลงไปจนค่า PE เหลือ 2 เท่า

 

จากหนังสือ CANSLIM คัดหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม

สั่งซื้อหนังสือการเลือกหุ้นด้วยพื้นฐานผสานเทคนิคอลที่สมบูรณ์ที่สุด
"CANSLIM"  ได้ที่  http://bit.ly/2I4aTfv

 ลดพิเศษ 15% 


ขอบคุณภาพจาก World Top Investors

สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน