คุณหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า ว่าเล่นหุ้นแล้วมีกำไร

 

คุณหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า ว่าเล่นหุ้นแล้วมีกำไร
โดย John R. Nofsinger | จากหนังสือ
จิตวิทยาการลงทุน


วิลเลี่ยม เกิท์ซมานน์ และ นาดาฟ เพเลส ได้ทำการวัดผลการย้อนความทรงจำของนักลงทุน พวกเขาถามนักลงทุนสองคำถามเกี่ยวกับผลตอบแทนจากกองทุนรวมในช่วงปีก่อนว่า

1) ผลตอบแทนในปีที่แล้วเป็นเท่าไหร่? และ 2) คุณเอาชนะตลาดได้เท่าไหร่?

ให้สังเกตว่าคำถามหนึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และอีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับผลลัพธ์หากเทียบกับทางเลือกอื่น หากนักลงทุนปราศจากอคติทางความคิดแล้ว ค่าเฉลี่ยที่ได้ควรเทียบเท่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง



เกิท์ซมานน์และเพเลสได้ตั้งคำถามนี้กับนักลงทุนสองกลุ่ม กลุ่มแรกประกอบไปด้วยสถาปนิก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูงแต่อาจจะไม่มีความรู้ด้านการลงทุนมากเท่าไหร่

สถาปนิก 12 คนได้ตอบคำถามเกี่ยวกับ 29 การลงทุนที่พวกเขาถือครองผ่านแผนกระจายเงินบำนาญ โดยเฉลี่ยพวกเขาเชื่อว่าตนเองมีผลตอบแทนสูงกว่าความเป็นจริงถึง 6.22 เปอร์เซ็นต์ พวกเขาคิดว่าทำได้ดีกว่าที่ทำได้จริงมากนัก

แล้วบรรดาสถาปนิกคิดว่าพวกเขามีผลงานเป็นอย่างไร? โดยเฉลี่ยพวกเขาประเมินว่าสามารถเอาชนะตลาดได้ 4.62 เปอร์เซ็นต์ นักลงทุนเหล่านี้ประเมินผลการดำเนินงานและผลตอบแทนต่อตลาดได้สูงเกินจริง



คำตอบจากนักลงทุนกลุ่มที่สองถูกทำขึ้นจากสมาชิกสมาคมนักลงทุนรายย่อยชาวอเมริกา หรือ American Association of Individual Investors (AAII) สมาคมนี้มีการให้ความรู้ ข้อมูลและบริการต่างๆ กับนักลงทุนรายย่อยที่เป็นสมาชิก จึงเดาได้ว่าสมาชิกของสมาคมจะมีความรู้ในการลงทุนเป็นอย่างดี แต่พวกเขาจะประเมินผลงานในอดีตสูงไปหรือไม่?

สมาชิก 29 คนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวม 57 แห่งที่ถือครอง ผลลัพธ์ก็คือ มีการประเมินผลตอบแทนในอดีตสูงไป 3.4 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย และประเมินผลตอบแทนเทียบกับตลาดสูงเกินไป 5.11 เปอร์เซ็นต์

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นนักลงทุนที่มีความรู้ แต่ก็หนีไม่พ้นการประเมินผลตอบแทนในอดีตสูงเกินจริง



มาร์คัส เกลเซอร์ และ มาร์ติน วีเบอร์ ได้ทำการสอบถามนักลงทุนออนไลน์ชาวเยอรมันเกี่ยวกับผลตอบแทนรายปีระหว่างปี 1997-2000 โดยทำการเปรียบเทียบแต่ละคำตอบกับข้อมูลจากบัญชีของโบรกเกอร์ ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าความแตกต่างโดยเฉลี่ยระหว่างผลตอบแทนที่คาดการณ์กับที่เกิดขึ้นจริงนั้นมีมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

นักลงทุนให้ค่าผลตอบแทนในอดีตสูงเกินจริงไป 11.6 เปอร์เซ็นต์ โชคไม่ดีที่นักลงทุนที่มีประสบการณ์มากก็ไม่สามารถจำผลตอบแทนในอดีตได้ดีนักเช่นกัน นักลงทุนที่ประสบการณ์น้อยจะประเมินผลตอบแทนของตนสูงไป 13.2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่นักลงทุนกลุ่มประสบการณ์สูงประเมินสูงไป 10.3 เปอร์เซ็นต์

เกลเซอร์และวีเบอร์สรุปว่านักลงทุนจะมีปัญหาในการเรียนรู้จากความผิดพลาดหากพวกเขาไม่รู้หรือไม่สามารถจดจำความผิดพลาดนั้นได้



ผู้คนต่างต้องการที่จะเชื่อว่าการตัดสินใจลงทุนของตนถูกต้อง เมื่อต้องเผชิญกับข้อมูลที่ย้อนแย้ง ระบบการป้องกันตัวของสมองจึงทำการกรองข้อมูลที่ย้อนแย้งและบิดเบือนความทรงจำต่อการตัดสินใจเหล่านั้นไป

มันเป็นเรื่องยากที่จะประเมินพัฒนาการไปสู่เป้าหมายในการลงทุนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือความต้องการความช่วยเหลือจากผู้แนะนำการลงทุน ในเวลาที่ความทรงจำที่มีต่อผลตอบแทนในอดีตถูกบิดเบือนไปในทางที่ดีเกินจริง

 

"  เมื่อจิตวิทยาคือทุกสิ่งในการลงทุน
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณจะต้องรู้จักตัวเอง  "

สั่งซื้อหนังสือ จิตวิทยาการลงทุน
ได้ที่ https://bit.ly/3ftTWdZ
ขอบคุณภาพจาก Wallpapersafari

สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน