บริษัทที่ดีอาจไม่ใช่การลงทุนที่ดีเสมอไป การล่อลวงของอคติจากการแทนค่า

 

บริษัทที่ดีอาจไม่ใช่การลงทุนที่ดีเสมอไป การล่อลวงของอคติจากการแทนค่า
โดย John R. Nofsinger | จากหนังสือ
จิตวิทยาการลงทุน


บริษัทที่ดีไม่ใช่การลงทุนที่ดีเสมอไป

นักลงทุนมักมีความสับสนระหว่างบริษัทที่ดีกับการลงทุนที่ดี

บริษัทที่ดีจะถูกแทนค่าว่ามีผลกำไรที่ดี ยอดขายที่เติบโตสูง และมีการบริหารงานที่มีคุณภาพ หรือคุณอาจเชื่อว่าบริษัทจะดีได้นั้นเพราะคุณชอบผลิตภัณฑ์ของพวกเขา หรือวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติต่อพนักงาน รวมถึงการลงทุนที่ดีคือหุ้นที่มีราคาสูงขึ้นมากกว่าหุ้นตัวอื่นๆ

แล้วหุ้นของบริษัทที่ดีเป็นการลงทุนที่ดีด้วยหรือไม่? คำตอบอาจคือไม่



การแบ่งแยกหุ้นที่ดีโดยบริษัทที่มีประวัติการเติบโตของการทำกำไรที่ต่อเนื่อง โดยมองข้ามความจริงที่ว่ามีบริษัทจำนวนไม่มากที่สามารถคงอัตราการเติบโตระดับสูงที่เคยมีในอดีตได้ ความนิยมของบริษัทเหล่านี้ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป ความจริงเริ่มปรากฏว่านักลงทุนมีมุมมองด้านบวกเกินไปต่ออัตราการเติบโตในอนาคตของบริษัท เป็นผลให้ราคาหุ้นร่วงหล่นลงมา สิ่งนี้เรียกว่า การมีปฏิกิริยาเกินกว่าเหตุ (overreaction)



กลุ่มนักเศรษฐศาสตร์การเงินสามคนได้มีการศึกษาปัญหานี้ โจเซฟ ลาโคนิช็อก, อันเดร ชไลเฟอร์ และ โรเบิร์ต วิชนีย์ โดยมีชื่อเล่นของกลุ่มว่า LSV ได้ทำการศึกษาผลการดำเนินงานของหุ้นที่นักลงทุนมักมองว่าเป็นหุ้นเติบโต โดยมีการตั้งชื่อให้กับหุ้นเหล่านี้ว่าหุ้น “ทรงเสน่ห์”

ส่วนของบริษัทที่นักลงทุนมองว่าเป็นบริษัทไม่ดีซึ่งมีอัตราการเติบโตน้อยนั้นถูกเรียกว่าหุ้น “คุณค่า” นักลงทุนมองว่าบริษัทที่กำลังเติบโตนั้นมีธุรกิจที่กำลังเติบโตด้วย

กลุ่ม LSV ได้ทำการคำนวณอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยของยอดขายของบริษัททั้งหมดตลอดห้าปีที่ผ่านมา มี 10 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงที่สุดมาจากกลุ่ม “ทรงเสน่ห์” ในขณะที่กลุ่มที่มียอดขายโตต่ำสุดคือกลุ่ม “คุณค่า”

เสน่ห์หรือคุณค่า หุ้นตัวไหนจะเป็นการลงทุนที่ดีกว่าในปีถัดไป? หรือห้าปีถัดไป?



ด้วยข้อมูลจากตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นอเมริกันตลอดช่วงปี 1963-1990 LSV พบว่าหากคุณซื้อหุ้นทรงเสน่ห์ไป คุณจะสร้างผลตอบแทนได้ 11.4 เปอร์เซ็นต์ในปีถัดไป เทียบกับ 18.7 เปอร์เซ็นต์ในหุ้นคุณค่า

และผลตอบแทนทั้งหมดโดยเฉลี่ยในช่วงเวลา 5 ปีคือ 81.8 เปอร์เซ็นต์สำหรับหุ้นทรงเสน่ห์ และ 143.4 เปอร์เซ็นต์สำหรับหุ้นคุณค่า

อีกหนึ่งตัววัดที่เป็นที่นิยมของหุ้นทรงเสน่ห์และหุ้นคุณค่าคือ อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E ratio) พบว่าหุ้นคุณค่ามีผลการดำเนินงานนำหน้าหุ้นทรงเสน่ห์เมื่อเทียบจากอัตราส่วน P/E อีกด้วย

บริษัทที่ดีไม่ได้เป็นการลงทุนที่ดีเสมอไป นักลงทุนมักทำความผิดพลาดโดยเชื่อว่าผลการดำเนินงานในอดีตนั้นบ่งบอกถึงผลการดำเนินงานในอนาคตได้ โดยมองข้ามข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากกรอบความคิดนี้ บริษัทที่ดีจะไม่ดีเสมอไป เช่นเดียวกันกับที่บริษัทที่ไม่ดีจะไม่ได้มีผลงานไม่ดีเสมอไป


 

"  เมื่อจิตวิทยาคือทุกสิ่งในการลงทุน
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณจะต้องรู้จักตัวเอง  "

สั่งซื้อหนังสือ จิตวิทยาการลงทุน
ได้ที่ https://bit.ly/3ftTWdZ
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock

สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน