ถ้าเฟซบุ๊กโดนแบนในไทย รายได้จะหายไปเท่าไหร่?


" ถ้าเฟซบุ๊กโดนแบนในไทย รายได้จะหายไปเท่าไหร่"

ในนาทีนี้คงไม่มีข่าวไหนร้อนไปกว่าข่าวของ Facebook เตรียมดำเนินการฟ้องรัฐบาลไทย หลังจากที่ถูกบีบให้ปิดกั้นการมองเห็นเฟซกลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส"

ซึ่งนอกจากจะทำให้เฟซกลุ่มนี้มีคนรู้จักไปทั่วโลกแล้ว อีกกระแสหนึ่งของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ Facebook ก็เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศแบน Facebook เสียให้จบๆ เพราะอย่างไรเสีย คนทำธุรกิจก็คงไม่อยากให้รายได้หายไป

และประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้งาน Facebook อันดับต้นๆ ของโลก โดยปัจจุบันก็มีผู้ใช้งานมากกว่า 50 ล้านบัญชีแล้ว ถ้าเกิดวันหนึ่งข้อพิพาทนี้รุนแรงถึงขั้น Facebook ถูกแบน บริษัทและผู้ถือหุ้นคงต้องเดือดร้อนไม่น้อย

แต่มันจริงเท็จแค่ไหนกัน ที่ Facebook จะเดือดร้อนหากไม่สามารถทำธุรกิจในไทยได้อีกต่อไป รายได้ของ Facebook ผู้ยิ่งใหญ่จะหายไปแค่ไหนกันนะ?



จากรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัท ในปี 2019 Facebook มีรายได้รวมสูงถึง 70,697 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2.1 ล้านล้านบาท โดยรายได้เกือบทั้งหมดมาจากค่าโฆษณา

หากแบ่งที่มาของรายได้ตามภูมิภาค จะพบว่ารายได้เกือบ 50% มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยอยู่ที่ 32,026 ล้านเหรียญ และสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อยู่ที่ประมาณ 15,406 ล้านเหรียญ แต่น่าเสียดายที่ Facebook ไม่ได้ลงลึกถึงขั้นจำแนกรายได้ตามประเทศ

ถึงจะไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดแบบ 100% แต่เราก็มีวิธีหารายได้ของ Facebook ในประเทศไทยแบบคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ



ใครที่เคยอ่านงบการเงินของค่ายมือถือในไทย จะต้องคุ้นเคยกับตัวเลขหนึ่งที่เรียกว่า Average Revenue per User หรือ ARPU ถ้าแปลเป็นไทยง่ายๆ ก็คือ รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานหนึ่งคน

โดยตัวเลขนี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า ลูกค้าหนึ่งคนที่มาซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัท จะสามารถสร้างรายได้ได้เท่าไหร่โดยเฉลี่ย และ Facebook เองก็รายงานตัวเลขนี้ด้วย

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค Facebook เปิดเผยว่ารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานนั้นอยู่ที่ราวๆ 3.57 เหรียญ และประเทศไทยเอง มีจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน Facebook อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบัญชี

นั่นแปลว่า Facebook ในประเทศไทยน่าจะทำเงินได้ประมาณ 3.57 x 50 = 178.5 ล้านเหรียญในปีล่าสุด

หากคูณเป็นเงินไทยมันก็ดูเยอะพอสมควรครับ แต่ถ้าเทียบกับ "รายได้รวม" ของบริษัท รายได้จากประเทศไทยจะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.25% เท่านั้นเอง

และยิ่งถ้าอิงตัวเลขรายได้ที่ Facebook ประเทศไทยนำส่งกรมธุรกิจการค้าก็จะยิ่งน้อยกว่านี้อีก เพราะในงบการเงินนั้นปรากฏรายได้เพียง 350 ล้านบาท หรือประมาณ 10 ล้านเหรียญ



ในโลกของการทำธุรกิจ เราอาจเห็นข้อพิพาทบ่อยๆ ระหว่างเอกชนและรัฐบาล ที่โดยมากแล้วภาครัฐมักจะเป็นฝ่ายที่เหนือกว่า เพราะถ้าไม่มีการอนุญาตให้ทำธุรกิจ บริษัทก็ไม่สามารถทำเงินได้

แต่ในกรณีของ Facebook นี่ไม่ใช่เพียงบริษัททั่วไป แต่มันคือบริษัทระดับโลกที่รายได้ต่อปีสูงกว่า GDP ของหลายๆ ประเทศด้วยซ้ำ และยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ที่จะเห็นภาคเอกชนยื่นฟ้องรัฐบาลจนเป็นข่าวระดับโลก

ซึ่งไม่ว่าข่าวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่า Facebook จะยังใช้งานในไทยได้ต่อพร้อมกับภาครัฐแพ้คดี หรือคนไทยต้องหันไปทำโซเชียลมีเดียของตัวเอง Facebook ก็จะยังเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ไปอีกนาน


อ้างอิง:

https://s21.q4cdn.com/399680738/files/doc_financials/2019/q4/Q4-2019-Earnings-Presentation-_final.pdf

https://www.thairath.co.th/news/tech/1896729


สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน