Apple Store ร้านค้าปลีกที่ยอดขายต่อพื้นที่สูงสุดในโลก


"Apple Store ร้านค้าปลีกที่ยอดขายต่อพื้นที่สูงสุดในโลก"

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดตัว Apple Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนับว่าเป็น Apple Store สาขาที่สองและยังเป็นสาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย ในวันนี้เราจะมาดูข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Apple Store กันครับ ว่าเขามีกลยุทธ์การทำการตลาดและการขายอย่างไรกันบ้าง

จนสามารถได้ชื่อว่า Apple Store เป็นร้านค้าปลีกที่มียอดขายต่อหน่วยพื้นที่มากที่สุดในโลก



สำหรับที่ตั้งของ Apple Store ส่วนมากแล้วจะเป็นสถานที่สำคัญตามประเทศนั้นๆ มีรายงานว่าค่าเฉลี่ยรายได้ต่อพื้นที่ที่ Apple Store สามารถทำได้มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5,546 เหรียญต่อตารางฟุต สูงกว่าของบริษัท Tiffany & Co. และบริษัท Lululemon ที่ทำได้ 2,951 และ 1,560 เหรียญต่อตารางฟุตตามลำดับ

ซึ่งทุกร้านค้าปลีกที่กล่าวมานี้ ต่างก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันที่จะนำจุดเด่นของแต่ละร้านเพื่อที่จะเพิ่มยอดขายต่อสาขาให้มากที่สุด แต่กระนั้นแล้ว Apple Store ก็ยังคงทำได้ดีมากที่สุดในปัจจุบันนี้

โดย Tim Cook ผู้เป็น CEO ของ Apple ได้กล่าวไว้ว่า “Apple Store ของพวกเรา จะเป็นร้านค้าที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดโลกผจญภัย ให้ได้ค้นหา ได้เคล้าประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของพวกเรา”



ว่ากันตามตรงแล้ว ในมุมของผู้ที่เดินผ่านร้านของ Apple ก็เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบร้านที่สวยงามหมดจดน่าดึงดูดจริงๆ เนื่องจากตัว Apple Store มักมีกระจกห้อมล้อมทุกทิศทาง ซึ่งคุณ Jim Mourey ผู้เป็นอาจารย์สอนด้าน Marketing ได้กล่าวไว้ว่า การติดกระจกรอบนอกนั้น ช่วยเพิ่มการกระตุ้นลูกค้าให้มีความอยากรู้อยากเห็น ให้เกิดแรงดึงดูดให้เข้ามาในร้านได้

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่เป็นอาการที่เรียกว่า Fear of Missing out หรืออคติจากความอยากรู้อยากเห็นที่อยู่ในใจของมนุษย์ทุกคน

และเมื่อมีคนเข้ามาในร้าน บรรยากาศรอบตัวในร้านจะทำหน้าที่ของมันเอง ทั้งจากความเรียบง่ายแต่ดูหรูหราของตัว Apple Store การวางองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่มีสเน่ห์ทั้งการที่มีบันไดให้รับชมผลิตภัณฑ์ชั้นบน การมีกระถางต้นไม้แบบ Indoor ที่ช่วยขับบรรยากาศให้มีสุนทรียภาพ กอปรกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวอยู่แล้ว และที่สำคัญคือการบริการที่เป็นกันเองสำหรับพนักงาน Apple องค์ประกอบทั้งหลายนี้ช่วยยกระดับให้ Apple Store สามารถเพิ่มมูลค่าทางจิตใจได้อีกด้วย



แต่ก็อย่างที่รู้กันครับ ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Apple ขึ้นชื่อว่าราคาแพงมากถึงมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ซึ่งคุณ Jim Mourey คนเดิมก็ได้อธิบายเหตุผลที่คนยอมซื้อของใน Apple Store ว่าโดยปกติแล้ว สมองของเราจะมีภาวะที่เรียกว่า “The Pain of Buying” หรือความเจ็บปวดจากการซื้อ

เจ้าอาการที่ว่านี้เกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่ชื่อว่า “Amygdala” สมองส่วนหนึ่งที่จะทำงานในเรื่องควบคุมอารมณ์ของมนุษย์ การตัดสินใจที่เราจะซื้อ หรือไม่ซื้อนี้ ในสมองของเรา เราจะแบ่งขั้วความคิดออกเป็น 2 ขั้ว นั่นคือขั้วบวกและขั้วลบ คอยชั่งน้ำหนักในใจไว้เสมอ

เมื่อเราเห็นราคาสินค้าแล้ว สมองเราจะสั่งการทันที ว่าของชิ้นนี้แพง มันไม่แฟร์ที่จะซื้อเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าท่านอาจจะเปลี่ยนใจได้สักนิด หากท่านพบว่าป้ายราคาสินค้าของ Apple มีขนาดที่เล็กมาก และไม่เพียงเท่านั้น ป้ายราคายังถูกกำกับไว้ว่าราคาที่เห็นเป็นราคา “ต่อเดือน” หรือก็คือราคาผ่อน ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนปรนใจมากขึ้น จากการเห็นราคาหลักหมื่น กลับเหลือแค่เพียงหลักร้อยปลายๆ ถึงหลักพัน

จากราคาที่ (ดูเหมือน) ถูกลง ประกอบกับสุนทรียภาพของสถานที่ มีเก้าอี้ให้นั่งรอพัก สภาพแวดล้อมที่เป็นกันเอง การอำนวยความสะดวกของพนักงานที่เราไม่จำเป็นต้องต่อคิวเลย (ยกเว้นแต่วันเปิดตัว) ด้วยความรวดเร็วฉับไวนี้ ได้สร้างอารมณ์ขั้วบวกในสมองมากขึ้นและมากขึ้น ทำให้เราตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าได้ในที่สุด เพียงไม่ถึง 20 นาที จากการที่ท่านสไลด์โทรศัพท์ที่ให้ทดลองเล่น ท่านก็อาจได้เป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนั้นโดยไม่รู้ตัว



นอกจากนี้แล้ว ทาง Apple เองก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยดึงคนให้เข้า Apple Store มากขึ้น พร้อมทั้งสร้าง Cultural Community ให้กับผู้ใช้บริการเดิมอยู่แล้วด้วย ทั้งการจัดกิจกรรมการ Coding การจัด Workshop ถ่ายภาพเป็นต้น

ด้วยกลยุทธ์ที่ไร้รอยต่อนี้ ได้ทำให้ร้านค้าปลีกอย่าง Apple Store ยังทรงคุณค่ามียอดขายต่อพื้นที่อยู่ในระดับที่สูงที่สุดในโลก และยังอยู่ในใจของผู้คนเสมอ ทั้งการเชื้อเชิญลูกค้ารายใหม่ และการรักษาฐานลูกค้ารายเดิมด้วยการสร้างวัฒนธรรมที่ดี ทั้งการคิดยุทธวิธีการค้าที่ออกมาอยู่เสมอๆ ทั้งหลายนี้ ก็เพื่อสร้างความผูกพันกับสาขาไว้ตลอด จนเรียกได้ว่าตอนนี้ Apple เป็นมากกว่าแค่บริษัทที่ผลิตมือถือสมาร์ทโฟนอย่างเดียวแล้ว แต่กลับเป็น Apple Nation อย่างแท้จริง



อ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=XGvdDScgyQQ


สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน