8 สิ่งที่ต้องคิดก่อนซื้อหุ้นในแบบ ชาร์ลี มังเกอร์

 

8 สิ่งที่ต้องคิดก่อนซื้อหุ้นในแบบ ชาร์ลี มังเกอร์
"ในช่วงที่ตลาดหุ้นขึ้นแรง ไม่ใช่ซื้อหุ้นทุกตัวแล้วจะกำไร"
โดย Charlie Munger สุดยอดนักลงทุน คู่หู Warren Buffett


ข้อ 1 ประเมินมูลค่าที่แท้จริงที่เหมาะสมของธุรกิจ

มูลค่าที่แท้จริงนิยามได้ง่ายๆ ว่าเป็นการคิดลด (discount) มูลค่าของเงินสดที่สามารถเอาออกมาจากธุรกิจนั้นได้ตลอดอายุที่เหลือ อย่างที่บอกไว้ในคำนิยามของเรา มูลค่าที่แท้จริงเป็นตัวเลขที่ประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขที่เที่ยงตรง นอกจากนี้ยังเป็นการประมาณการที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตามการขยับของดอกเบี้ยหรือการปรับปรุงแก้ไขตัวเลขคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคต



ข้อ 2 ประเมินส่วนเผื่อความปลอดภัยที่เหมาะสม

เกรแฮมมีแนวคิดเกี่ยวกับมูลค่าสำหรับเจ้าของนอกตลาด ซึ่งก็คือราคาที่บริษัทจะขายกิจการ ในหลายกรณีสามารถคำนวณออกมาได้ หลังจากนั้นให้คุณนำราคาหุ้นมาคูณด้วยจำนวนหุ้น

ถ้าออกมาน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1/3 ของมูลค่าซื้อขายกิจการ เกรแฮมก็จะบอกว่าคุณมีโอกาสดีมากทีเดียว แม้ว่าบริษัทนั้นจะเป็นบริษัทคร่ำครึที่บริหารโดยตาแก่ขี้เหล้า เพราะการมีส่วนเกินมูลค่าต่อหุ้นมากๆ นั้นหมายถึงคุณมีโอกาสจะได้รับสิ่งดีๆ มากมาย ซึ่งเขาเรียกว่ามีส่วนเผื่อความปลอดภัยเหลือเฟือ



ข้อ 3 ขอบเขตความสามารถของตัวนักลงทุนเอง

เราชอบรับมือกับสิ่งที่เราเข้าใจมากกว่า ทำไมเราถึงจะต้องการลงแข่งในสนามที่เราไม่มีข้อได้เปรียบใดๆ แถมยังอาจเสียเปรียบด้วยซ้ำ แทนที่จะเล่นในสนามที่เราได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนต้องคิดให้ออกว่าความสามารถของตัวเองอยู่ตรงไหน แล้วก็ใช้ความได้เปรียบของคุณ

ถ้าคุณพยายามจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำได้แย่ที่สุด ผมแทบจะรับประกันได้เลยว่าคุณจะมีอาชีพที่ห่วยมาก ไม่อย่างนั้นคุณคงต้องถูกลอตเตอรี่หรือโชคดีมากๆ ในด้านอื่นแล้วล่ะ



ข้อ 4 จะซื้อหลักทรัพย์แต่ละตัวมากน้อยเพียงใด

นักลงทุนที่ลงทุนในสไตล์ของเบิร์กไชร์มักจะลงทุนแบบกระจายตัวน้อยกว่าคนอื่นๆ นักวิชาการทำให้การลงทุนแบบฉลาดๆ นั้นเสียประโยชน์อย่างร้ายแรงโดยการยกย่องเชิดชูแนวคิดเรื่องการลงทุนแบบกระจายตัว แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นแนวคิดที่เกือบจะวิกลจริตไปแล้ว

มันเน้นให้คนรู้สึกดีกับการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่ต่างไปจากผลตอบแทนเฉลี่ยมากนัก ทำไมคุณถึงอยากแห่ตามชาวบ้านไปแบบนั้นล่ะถ้าเขาไม่ได้พร้อมจะให้อาวุธติดมือคุณไปด้วย



ข้อ 5 จะขายหลักทรัพย์เมื่อใด

การขายทิ้งเมื่อราคาเข้าใกล้มูลค่าที่แท้จริงที่คุณคำนวณไว้นั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าคุณซื้อบริษัทเจ๋งๆ ไว้หลายๆ แห่ง คุณก็สามารถนั่งเฉยๆ ได้ นี่คือข้อดี



ข้อ 6 จะลงเงินเท่าไหร่เมื่อเจอสินทรัพย์ที่ตั้งราคาผิดพลาด

คนฉลาดจะเดิมพันอย่างเต็มที่เวลาที่โลกให้โอกาส พวกเขาจะพนันหนักมือเวลาที่มีโอกาสชนะสูง ส่วนเวลาที่เหลือพวกเขาก็จะไม่พนันอะไร มันง่ายๆ แค่นั้นแหละ



ข้อ 7 จะพิจารณาคุณภาพของธุรกิจด้วยหรือไม่

ในเกมการลงทุนนั้นเราจะต้องพิจารณาทั้งคุณภาพและราคา เคล็ดลับก็คือต้องได้คุณภาพที่สูงกว่าราคาที่จ่ายไป มันไม่ซับซ้อนเลย



ข้อ 8 จะเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรบ้าง (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน)

เราซื้อธุรกิจที่มีคูเมือง การสร้างคูเมืองขึ้นมาเองเป็นเรื่องยาก . . . แบรนด์เด็ดๆ ของเราไม่ใช่สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเองเลย เราซื้อมา

ถ้าคุณกำลังจะซื้ออะไรสักอย่างที่ราคาถูกมากๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าที่ต้องหาซื้อสินทรัพย์มาทดแทนแล้วพบว่ามันทดแทนไม่ได้
คุณก็จะมีข้อได้เปรียบมากทีเดียว คู่แข่งแค่รายเดียวก็สามารถทำลายธุรกิจที่มีกำไรไม่มากนักได้


จากหนังสือ  ชาร์ลี มังเกอร์ ชายผู้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้กับความผิดพลาดในการลงทุน

 สั่งซื้อหนังสือ
รวมหลักการลงทุนของสุดยอดนักลงทุนเอกของโลก

“Charlie Munger”
ได้ที่ http://bit.ly/2ZHdhSr



ขอบคุณภาพจาก
financialpostcom
www.INVESTING.in.th

ร้านหนังสือของนักลงทุน