ปีเตอร์ ลินซ์ กับการขายหมูครั้งประวัติศาสตร์

Last updated: 2021-01-13  | 


"ปีเตอร์ ลินซ์ กับการขายหมูครั้งประวัติศาสตร์"
[ขายแล้วหุ้นขึ้นไปอีก 1,000 เท่า]

เซียนก็พลาดได้ จะเครียดไปไยเวลาพลาดโอกาส

คำว่าขายหมู หมายถึงการที่เราซื้อหุ้นสักตัวหนึ่ง ขายมันออกไปเพื่อทำกำไร แต่หลังจากนั้นกลับวิ่งขึ้นจนหน้าหงาย ซึ่งหมูแต่ละคนนั้นก็ตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน บางคนขายแล้ว ราคาขึ้นไปสัก 10-20% แต่บางคน ขายแล้วราคาขึ้นไปอีกหลายเด้งก็มี

กระทั่งนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอเร็น บัฟเฟตต์ ก็เคยขายหมูหุ้น GEICO และนักลงทุนชั้นเซียนอีกคนที่มีฝีมือไม่แพ้กัน ปีเตอร์ ลินช์ ผู้จัดการกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้กว่า 29% ติดต่อกัน 13 ปี ก็ยังเคยขายหมูเหมือนเราๆ ท่านๆ ด้วย

หมูตัวนั้นชื่อ Home Depot แถมเป็นหมูตัวใหญ่ขนาด 1,300 เด้ง



ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่า Home Depot ทำธุรกิจอะไร ลองนึกถึง Homepro แล้วจะร้องอ๋อได้ทันที บริษัทนี้ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกอุปกรณ์ช่าง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1979 โดย Bernie Marcus และ Arthur Blank แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 ปี บริษัทก็จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐได้

การที่บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งไม่นานแต่สามารถเข้าตลาดหุ้นได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันต้องเป็นกิจการที่เติบโตไวมากๆ ซึ่ง Home Depot เองก็เติบโตแบบติดจรวดเสียด้วย ปี 1979 รายได้ยังเป็น 0 แต่พอปี 1980 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านเหรียญ และพอถึงปี 1981 รายได้ก็โตขึ้นอีก 3 เท่า เป็น 22 ล้านเหรียญ



ปีเตอร์ ลินช์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้จัดการกองทุน Fidelity Magellan ผู้ชื่นชอบการลงทุนในหุ้นเติบโต มีหรือที่เขาจะไม่สังเกตเห็นหุ้นน้องใหม่ไฟแรงอย่าง Home Depot นี้ได้

จากบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยให้กับ Forbes เขากล่าวว่าได้เข้าซื้อหุ้น HOMD ช่วงที่บริษัทยังมีร้านค้าเพียง 4 สาขาเท่านั้น ซึ่งตรงกับช่วงปี 1982 ดังนั้นราคาที่เขาเข้าซื้อจะอยู่ในช่วงระหว่าง $0.06-$0.30 (เป็นราคาที่ปรับแล้ว)

สมมติว่าคุณลินช์เข้าซื้อหุ้น HOMD ที่ราคากลางระหว่าง $0.06 และ $0.30 ก็จะอยู่ที่ประมาณ $0.20 ต่อหุ้น หลังจากนั้นเพียงปีเดียว ราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นไปอีก 3 เท่า จนทำจุดสูงสุดที่ประมาณ 0.70 เหรียญ ซึ่งคุณลินช์เองก็ตัดสินใจขายหุ้นที่บริเวณนี้ พร้อมเก็บกำไร 3 เด้งเข้ากระเป๋าไปเหนาะๆ

แต่ใครจะรู้เล่าว่านั่นคือการขายหมูครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา



เพราะถ้าคุณลินช์เลือกที่จะถือหุ้น Home Depot ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1990 (เป็นปีที่เขาเลิกบริหารกองทุนที่ Fidelity) ผลตอบแทนที่เขาได้รับจากหุ้นตัวนี้จะสูงถึง 25 เด้ง

หรือถ้าเขาสามารถถือหุ้นตัวนี้มาได้จนถึงปัจจุบัน ผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 เด้ง เพราะล่าสุดนั้นหุ้น HOMD (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น HD) มีราคาอยู่ที่กว่า 200 เหรียญต่อหุ้นแล้ว

ลองคิดดูว่า สมมติวันนี้เราขายหุ้นอย่าง PTT ทิ้งไปที่ราคา 30 บาท แล้วผ่านไปอีกสัก 40 ปี ราคาหุ้นกลับขึ้นไปถึงหุ้นละ 30,000 บาท เราคงจะเอาหัวโขกกำแพงพร้อมน้ำตาเป็นแน่ แต่สิ่งใดที่เสียไปแล้ว มันไม่มีทางเอากลับคืนมาได้ คุณลินช์เองก็รู้ข้อนี้ดี เขาจึงไม่ติดใจอะไรกับการขายหมูหุ้น HOMD มากนัก ก่อนจะไล่ลาหาหุ้นเด้งตัวอื่นในตลาดต่อไป จนสร้างผลตอบแทนติดอันดับโลก



ถ้าหากลองเปิดดูกราฟ Home Depot จะเห็นว่าช่วงที่คุณลินช์ขายหุ้นทิ้งไป ราคามันก็ปรับตัวลดลงพักใหญ่ๆ มองอีกมุมหนึ่ง การที่เขาขายหุ้นทิ้งก่อนที่จะลงก็ถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีมาก เพราะเขามีอิสระที่จะนำเงินไปลงทุนหุ้นตัวอื่นก็ได้ หรือจะเข้ามาซื้อหุ้น HOMD อีกครั้งก็ยังได้

เพราะฉะนั้น การขายหมูไม่ใช่เรื่องแปลก และนักลงทุนอย่างเราก็ไม่มีทางหนีพ้น สิ่งสำคัญกว่าคือ เมื่อเรารู้ตัวว่าขายหมูไปแล้ว เราจะทำอะไรต่อ จะซื้อกลับไหม ซื้อเมื่อไหร่ หรือหาตัวอื่นลงทุนแทน

ตราบใดที่เรายังมีสติและวิจารณญาณมากพอ ตลาดหุ้นก็พร้อมให้โอกาสทำเงินแก่เราเสมอ




จากหนังสือ เหนือกว่าวอลสตรีท


สั่งซื้อหนังสือ
ไม่ว่าใครก็สามารถลงทุนได้ด้วยแนวคิดแบบมือสมัครเล่น
"เหนือกว่าวอลสตรีท"



ได้ที่ http://bit.ly/2RzS87W

ขอบคุณภาพประกอบ
จาก unsplash

 

 


สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน