การขายหุ้นหนีตายอาจไม่ใช่ทางออก สิ่งที่อยากบอกในวันที่หุ้นลงหนัก

Last updated: 2021-01-13  | 


"จริงอยู่ว่าหุ้นลงหนักใครก็อยากขายหุ้นหนีตาย แต่การขายหุ้นอาจไม่ใช่ทางออก"
[กำไรหายนับ 100% เพียงเพราะจับจังหวะตลาด]

มันคงเป็นเรื่องวิเศษถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงการถดถอยต่างๆ โดยการออกจากตลาดหุ้นถูกเวลา แต่ประเด็นก็คือ ไม่มีใครรู้วิธีที่จะคาดการณ์มัน

ยิ่งกว่านั้นถ้าคุณออกจากตลาดหุ้น และหลีกเลี่ยงการตก คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะกลับเข้ามาในหุ้นได้ทันการวิ่งครั้งต่อไป

ผมมีตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณใส่เงิน 100,000 เหรียญในหุ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 1994 และลงทุนเต็มที่มาตลอด 5 ปี เงิน 100,000 เหรียญของคุณจะเติบโตขึ้นเป็น 341,722 เหรียญ

แต่ถ้าคุณออกจากตลาดหุ้นเพียง 30 วันในช่วงนั้น ซึ่งเป็น 30 วันที่หุ้นทำกำไรมากที่สุด เงิน 100,000 เหรียญจะกลายเป็นเงินเพียง 153,792 เหรียญ มันน่าผิดหวังกว่ามาก การอยู่ในหุ้นตลอดเวลาจะทำเงินให้คุณได้มากกว่า 2 เท่า



ก็อย่างที่นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จครั้งหนึ่งเคยพูดว่า "การถกเถียงว่าเป็นตลาดหมีมักจะฟังดูดีกว่าเสมอ" คุณสามารถหาเหตุผลดีๆ ที่จะขายหุ้นจากหนังสือพิมพ์ทุกเช้าและรายการข่าวภาคค่ำทุกสถานึ

ความเห็นอย่าง "หุ้นมีราคาสูงเกิน" ก็เป็นเรื่องที่ถูกอ้างถึงเพื่อจะบอกว่าหมีต้องมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว สำหรับบางคน หุ้นดูจะแพงไปในปี 1989 ที่ดัชนีดาวโจนส์อยู่ที่ 2,600 จุด สำหรับคนอื่นมันดูเวอร์มากในปี 1992 ที่ดาวโจนส์ขึ้นไปที่ 3,000 จุด และเสียงประสานของคนที่มองว่าจะเกิดหายนะยิ่งดังลั่นขึ้นอีกในปี 1995 เมื่อดาวโจนส์วิ่งทะลุ 4,000 จุด

วันหนึ่งเราจะเห็นตลาดหมีที่รุนแรงแน่นอน แต่แม้ว่าหุ้นจะตกลงไปอย่างโหดเหี้ยม 40% ก็ยังทำให้หุ้นมีราคาสูงกว่าจุดที่กูรูทั้งหลายบอกให้นักลงทุนขายหุ้นทิ้งอยู่ดี

ก็อย่างที่ผมให้ข้อสังเกตในโอกาสก่อนหน้าแล้วว่า "นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'ตลาดแพงเกินไป' แต่ไม่มีประเด็นที่จะต้องวิตกไปกับมัน"





จากหนังสือ เหนือกว่าวอลสตรีท


สั่งซื้อหนังสือ
ไม่ว่าใครก็สามารถลงทุนได้ด้วยแนวคิดแบบมือสมัครเล่น
"เหนือกว่าวอลสตรีท"



ได้ที่ http://bit.ly/2RzS87W

ขอบคุณภาพประกอบ
จาก unsplash

 

 


สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่
www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้