วิธีการลอกหุ้นแบบเซียน ลอกหุ้นจนได้กำไร 40 เท่า

Last updated: 2021-03-01  | 

 
โดย Jack D. Schwager ผู้รวมบทเรียนอันเจ็บปวด จากเหล่าสุดยอดเทรดเดอร์ระดับโลก


เชื่อเถอะว่าการ "ลอก" นับเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบหนึ่งที่ใครๆ ก็ต้องเคยทำ เพียงแต่บางคนอาจไม่รู้สึกดีกับตัวเองเท่าไหร่ เพราะเราอาจเคยได้รับการปลูกฝังมาว่า การลอกเนี่ย มันไม่ดีนะ ทำไมไม่พยายามเรียนรู้เองล่ะ

จริงอยู่ว่าการลอกอาจเป็นสิ่งที่ดูไม่ต้องพยายามเท่าไหร่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรา "ลอก" ไปด้วย และ "เรียนรู้" จากการลอกนั้นไปด้วย?

เหมือนอย่างชายคนหนึ่งที่เขาเองก็ "ลอก" เหมือนกัน แต่สิ่งที่เขาทำนั้นไม่ใช่การลอกการบ้านหรือลอกข้อสอบ แต่เป็นการ "ลอกหุ้น" ที่ลอกเก่งเสียจนทำให้เงินลงทุนโตขึ้นไปกว่า 40 เท่าได้ในเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น



ย้อนกลับไปช่วงปี 1959 William O'neil เพิ่งเริ่มต้นสู่โลกของการทำงานใหม่ๆ ด้วยการเป็นมาร์เก็ตติ้งหุ้นอยู่โบรกเกอร์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วงนั้นตรงกับทีชาวอเมริกันเริ่มกลับมาเล่นหุ้นกันใหม่พอดี หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 1929

หน้าที่ของมาร์เก็ตติ้งหุ้นก็คือคนที่คอยส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น แต่ด้วยความที่เขาคลุกคลีอยู่กับหุ้นแทบจะทุกลมหายใจเข้าออก ไม่แปลกใจเลยถ้าเขาจะหันมาศึกษาเรื่องเล่นหุ้นด้วยตัวเองบ้าง

แต่เพราะสมัยก่อนไม่ได้มีอินเทอร์เน็ต อาจารย์หรือเซียนหุ้นชื่อดังก็ยังไม่ได้มีมากมายเหมือนปัจจุบัน ดังนั้นแหล่งข้อมูลเดียวที่เขาพอจะศึกษาได้ ก็คือกองทุนรวมที่คอยบริหารเงินทุนให้คนทั่วไปนั่นเอง



คำถามคือ แล้วเขาจะศึกษาเรื่องการเลือกหุ้นจากกองทุนไหนดีล่ะ?

ในช่วงเวลานั้น กองทุนเดร์ยฟัส (Dreyfus) กำลังทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น แม้จะเป็นกองทุนขนาดเล็กถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ย แต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าคู่แข่งได้ถึงสองเท่า

หากคิดแบบง่ายๆ ถ้าสมมติคุณ O'neil ลอกการซื้อขายหุ้นแบบที่กองทุนนี้ทำ ถ้ากองทุนเดร์ยฟัสซื้อ เขาก็ซื้อ ถ้ากองทุนเดร์ยฟัสขาย เขาก็ขาย อย่างน้อยมันคงช่วยให้เขาหาเงินจากตลาดหุ้นได้ไม่ยาก หรือไม่ก็เอาเงินไปร่วมลงทุนในกองทุนนี้ด้วยเสียเลย

แต่สิ่งที่คุณ O'neil ทำไม่ใช่เพียงแค่การลอกแลัวซื้อตาม แต่เขา "ลอก" และ "เรียนรู้" ว่าทำไมกองทุนนี้ถึงสามารถเอาชนะคู่แข่งได้



William O'neil จึงได้หาข้อมูลของหุ้นที่กองทุนเดร์ยฟัสซื้อขายเป็นจำนวนกว่า 100 บริษัท เอามาทำเป็นกราฟราคาลงกระดาษ และพล็อตจุดอย่างละเอียดที่สุดว่าตรงไหนของกราฟราคาที่กองทุนเดร์ยฟัสเข้าซื้อขาย เพื่อดูว่าตอนที่กองทุนซื้อ หุ้นเหล่านั้นมีลักษณะอะไรบ้างที่เหมือนกัน จนทำให้กองทุนเดร์ยฟัสประสบความสำเร็จ

สิ่งที่เขาพบก็คือ สุดยอดหุ้นผู้ชนะทั้ง 100 ตัวนั้น กองทุนเดร์ยฟัสมักจะซื้อที่จุดสูงใหม่เสมอ

คำว่าจุดสูงสุดใหม่ ความหมายง่ายๆ ก็คือหากราคาหุ้นเมื่อสัก 1 ปีก่อนทำจุดสูงสุดของราคาที่ 10 เหรียญ ทันทีที่ราคาหุ้นตัวนี้พุ่งทะลุ 10 เหรียญได้ นั่นคือจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี และกองทุนเดร์ยฟัสจะเข้าซื้อหุ้นตัวนั้น

ความจริงข้อนี้อาจเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ สำหรับคนเล่นหุ้นในยุคปัจจุบัน แต่ในยุคสมัยเมื่อ 60 ปีที่แล้ว นั่นเป็นความก้าวหน้าแบบเดียวกับที่ไอสไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพันธภาพเลย เพราะการซื้อหุ้นที่จุดสูงสุดใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนกล้าทำ ใครเล่าจะกล้าซื้อหุ้นที่ราคาแพงสุดในรอบปี



แต่ด้วยสิ่งที่คุณ O'neil ค้นพบและศึกษามาอย่างละเอียดผ่านการลอก ในปี 1962 เขาจึงเริ่มต้นซื้อขายหุ้นจริงจัง ด้วยวิธีการใหม่ที่เขาค้นพบ

ผลลัพธ์ก็คือ ในเวลาแค่ปีเดียว เขาสามารถทำเงินทุนจาก 5,000 เหรียญให้โตขึ้นเป็น 200,000 เหรียญได้ คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 40 เท่า

หลังจากนั้นมา William O'neil ก็ได้พัฒนาหลักการลงทุนของตัวเองมาเรื่อยๆ จนสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ช่วงที่เขาเฉิดฉายที่สุดนั้นสามารถทำผลตอบแทนได้กว่าปีละ 40% ติดต่อกันนับสิบปี และแน่นอน ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย

ส่วนหลักการลงทุนที่เขาใช้ ได้ถูกพัฒนาและตั้งชื่อใหม่เป็น CANSLIM ซึ่งหลักการนี้เขาได้เผยแพร่ผ่านหนังสือ "CANSLIM คัดหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม" และเขายังให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือ "พ่อมดแห่งวอลสตรีท" เพื่ออธิบายแนวทางนี้อย่างละเอียด จนแนวทางนี้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย



สำหรับการลอกหุ้นของคุณ O'neil จะเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ใช่การลอกเสียทีเดียว เพราะเขาไม่ได้ซื้อขายตามที่กองทุนเดร์ยฟัสทำ แต่เขาเลือกที่จะ "เรียนรู้" จนกลายมาเป็นแนวทางใหม่ที่เข้ากับตัวเองมากที่สุด

ถ้าคุณ O'neil เลือกทางที่ง่ายกว่าอย่างการซื้อตามที่กองทุนทำ แม้เขาจะทำเงินได้จากตลาดหุ้น แต่มันก็อาจไม่ใช่กำไรที่มีคุณภาพมากนัก เพราะเขาไม่มีทางรู้เลยว่าทำไมหุ้นตัวนี้ถึงดีกว่าหุ้นตัวอื่น เป็นการลอกโดยที่ตัวเองไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่

แต่เพราะการศึกษาและค้นคว้าอย่างหนักของเขา สมัยก่อนกราฟหุ้นหรือข้อมูลหุ้นไม่ใช่ของที่หาได้ง่ายๆ นะครับ คุณ William O'neil น่าจะเป็นนักลงทุนไม่กี่คนที่จริงจังขนาดนั้นได้ แต่ผลลัพธ์ของความพยายามมันก็คุ้มค่า มันทำให้เขากลายเป็นนักลงทุนระดับตำนานที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ Warren Buffett หรือ Ray Dalio เลย

ถ้าการเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่หมดมันยาก บางทีการลอกอย่างมีชั้นเชิงก็อาจให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ได้ไม่แพ้กัน


จากหนังสือ พ่อมดแห่งวอลสตรีท


สั่งซื้อหนังสือ
รวมบทสัมภาษณ์ของเทรดเดอร์ระดับโลกผู้เคยผ่านการเจ็บปวดมาอย่างโชกโชน

 “Market Wizards : Interviews with Top Traders” 
พ่อมดแห่งวอลสตรีท
สั่งจองได้ที่ https://bit.ly/3ji5uCS


สั่งซื้อหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมได้ที่

www.INVESTING.in.th
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้